"ฮาลาล" กำแพงการค้าใหม่! "อินโดนีเซีย" ใช้ 17 ต.ค. ซ้ำกำแพงภาษีสหรัฐฯ
"ฮาลาล" กำแพงการค้าใหม่! อินโดนีเซียยกระดับมาตรฐานเต็มขั้น มีผล 17 ต.ค. 69 อีกกำแพงการค้า ที่มาซ้ำเติมกำแพงภาษีสหรัฐฯ
โลกการค้ากำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่การแข่งขันวัดกันด้วย "ราคา" และ "ต้นทุน" วันนี้ผู้ส่งออกต้องเผชิญกับกติกาใหม่ที่เข้มข้นขึ้น เมื่อ "มาตรฐาน" กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งกำแพงสำคัญของการเข้าสู่ตลาด
หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจน คือ อินโดนีเซียเตรียมบังคับใช้กฎหมาย "Halal Product Assurance" เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้สินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่จำหน่ายในอินโดนีเซีย ต้องผ่านข้อกำหนดด้านการรับรองที่เข้มงวดขึ้น
ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต วัตถุดิบ การจัดเก็บ การขนส่ง ไปจนถึงการตรวจสอบย้อนกลับของสินค้า
สำหรับไทย สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. บอกว่า ถือเป็นโจทย์สำคัญ เพราะอินโดนีเซียเป็นตลาดส่งออกหลัก โดยในปี 2568 ไทยส่งออกสินค้าไปอินโดนีเซียมูลค่า 9,336.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 306,529 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมีมูลค่ากว่า 1,415.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 46,867 ล้านบาท
สินค้าที่ต้องจับตา ได้แก่ อาหารทะเลแปรรูป ผลไม้อบแห้ง ผลไม้ที่มีการเคลือบสาร อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม และสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีส่วนผสมหรือวัตถุเจือปน ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบการผลิต เอกสารรับรอง และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียได้ต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกไทยยังต้องรับมือกับแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่กำหนดอัตราภาษีนำเข้าไทย 12.5% เพิ่มความท้าทายให้กับภาคการค้าไทยอีกระลอก หลังจากผู้ประกอบการต้องบริหารต้นทุนและการแข่งขันในตลาดโลกที่เข้มข้นขึ้นอยู่แล้ว
เมื่อ "กำแพงภาษี" และ "กำแพงมาตรฐาน" เกิดขึ้นพร้อมกัน ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับเกมมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ แต่ต้องสร้างระบบที่ตอบโจทย์มาตรฐานของแต่ละตลาด ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB